หลักเกณฑ์การเสนอบทความงานวิจัยสำหรับวารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่


   ประเภทบทความ
            วารสารเปิดรับบทความวิชาการเพื่อการบริการสังคมจากทุกสาขาวิชา ในรูปแบบบทความวิจัย บทความปริทัศน์ กรณีศึกษา บทความเชิงนโยบาย และบทความรับเชิญที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องหรือเป็นผลมาจากการปฏิบัติการจริงกับชุมชน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


   เกณฑ์การพิจารณาบทความ
            วารสารจะรับพิจารณาบทความวิชาการเพื่อสังคม ที่เน้นการประยุกต์วิชาการเพื่อการสร้างการเปลี่ยนแปลง (Change) ในสังคมหรือชุมชนเป้าหมาย โดยมีเนื้อหาตามประเด็นสำคัญดังนี้
               - สถานการณ์ที่เป็นอยู่เดิม
               - กระบวนการที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับของชุมชนเป้าหมาย
               - ความรู้หรือความเชี่ยวชาญที่ใช้
               - สถานการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
               - ผลกระทบและความยั่งยืนของการเปลี่ยนแปลง


          ทั้งนี้บทความซึ่งเสนอเพื่อขอตีพิมพ์ ต้องเป็นบทความที่ ไม่เคยเสนอขอตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในเอกสาร วารสารฉบับอื่นๆ มาก่อน


   ขั้นตอนการพิจารณาบทความ
            ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก บรรณาธิการจะพิจารณาเบื้องต้น หากเห็นว่าอยู่ในขอบข่ายเป้าหมายของวารสาร ในขั้นที่สอง ทางกองบรรณาธิการจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่านพิจารณาให้ความเห็นว่าสมควรตีพิมพ์หรือไม่ รวมทั้งอาจให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไข หลังจากที่ผู้เสนอบทความได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว กองบรรณาธิการจะพิจารณาในขั้นสุดท้าย หากเห็นว่าเหมาะสมก็จะตีพิมพ์โดยไม่จำเป็นต้องส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาอีก


   รูปแบบของการเขียนบทความ
            1.  ต้นฉบับจากไฟล์ Microsoft Word 97 ขึ้นไป และไฟล์ PDF ความยาว 15-20 หน้ากระดาษ A4 อักษรฟอนต์ Angsana หรือ Cordia ขนาด 16 point อาจมีภาพ ตาราง แผนภูมิประกอบ ในกรณีที่มีรูปและภาพประกอบ ต้องเป็นไฟล์ JPEG ขนาด 4-10 MB ที่มีความละเอียดของภาพไม่ต่ำกว่า 2,272 x 1,704 pixel

          2.  องค์ประกอบของบทความ
                  2.1  ชื่อบทความภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
                  2.2  ระบุชื่อผู้เขียนหลัก ผู้เขียนรอง สาขาวิชาของบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สถาบันที่สังกัด ที่อยู่ และอีเมลล์ของผู้เขียนหลักแนบมาด้วย
                  2.3  บทคัดย่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความยาวอย่างละประมาณ 300 คำ
                  2.4  คำสำคัญ (keyword) ระบุได้ไม่เกิน 5 คำสำคัญ
                  2.5  บทนำ
                  2.6  เนื้อหา เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาเนื้อหาคือ การระบุสถานการณ์ที่เป็นอยู่เดิม กระบวนการที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับของชุมชนเป้าหมาย ความรู้หรือความเชี่ยวชาญที่ใช้ สถานการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผลกระทบและความยั่งยืนของการเปลี่ยนแปลง การอภิปรายผลที่เกิดขึ้น


   รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหาและอ้างอิงท้ายบท
            1.  การอ้างอิงในเนื้อหา ใช้วิธีการอ้างอิงแบบนาม-ปี (author-date for in-text citation) โดยระบุชื่อ นามสกุลของผู้แต่ง ตามด้วยปีที่พิมพ์และเลขหน้าเอกสาร หากจำเป็น

          2.  การอ้างอิงท้ายบท ใช้วิธีการอ้างอิงตามรูปแบบดังนี้
                  2.1  กรณีอ้างอิงบทความจากวารสารใช้รูปแบบ
                    ชื่อสกุล. ปี พ.ศ..ชื่อบทความ.ชื่อวารสาร. ปีที่ (เล่มที่) ; หน้าแรกของบทความ-หน้าสุดท้ายของบทความ.
                    ตัวอย่าง
                    - ศรีศักร วัลลิโภดม. 2533. ภาคตะวันออกกับการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร. 8(1); 36-54.
                    - Yoosukh, W. & Matsukuma, A. 2001. Taxonomic study on Meretrix (Mollusca: Bivalvia) from Thailand. Phuket Marine Biological Center Research Bulletin. 25(1); 451-460.
                    - หมายเหตุ
                    1. ผู้เขียน 2 ท่าน : ชื่อ สกุลผู้เขียน 1 และ ชื่อ สกุล ผู้เขียน 2
                    2. ผู้เขียนมากกว่า 2 ท่าน : ชื่อ สกุลผู้เขียน 1 และคณะ

                  2.2  กรณีอ้างอิงจากหนังสือ
                    ชื่อสกุล.ปี พ.ศ..ชื่อหนังสือ.โรงพิมพ์.จังหวัด .จำนวนหน้า.
                    ตัวอย่าง
                    - ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ. 2554.แนวคิดและแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. สำนักพิมพ์อินทนิล. กรุงเทพฯ. 236 น.

                  2.3  กรณีอ้างอิงจาก website
                    ตัวอย่าง
                    - กรมควบคุมมลพิษ. 2559. มาตรฐานคุณภาพน้ำชายฝั่งทะเล. จาก http://www.pcd.go.th/info_serv/en_reg_ std_water02.html. สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2559.


   การจัดส่งบทความ
            ผู้เขียนสามารถส่งบทความและข้อเขียนทางไปรษณีย์ และบันทึกต้นฉบับเป็นไฟล์ Microsoft Word (เวอร์ชั่น97 ขึ้นไป) และไฟล์ PDF ลงในแผ่นซีดีจำนวน 1 แผ่น หรือส่งทางอีเมล์โดยแนบไฟล์ต้นฉบับ เพื่อความสะดวกในการปรับแก้และให้ความเห็นของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ

          กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตกแต่งต้นฉบับในด้านภาษาและตัวสะกดการันต์ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย สำหรับบทความที่ส่งมาให้พิจารณา กองบรรณาธิการจะไม่ส่งไฟล์ต้นฉบับคืนไปยังผู้เขียน

          กองบรรณาธิการจะแจ้งผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิว่าสมควรตีพิมพ์หรือไม่ไปยังผู้เขียนบทความภายในระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ หลังจากได้รับบทความ

          วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ยินดีรับบทความวิจัยจากผู้สนใจเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเนื้อหาของบทความต้องเป็นบทความวิจัยที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นหรือชุมชน

          ส่งต้นฉบับได้ตั้งแต่บัดนี้ที่ วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 222 ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช 80161 โทรศัพท์ 075 673 567, 083 782 7276 โทรสาร 075 673 553 email : abctrfjournal@gmail.com